ไม่ได้อัพมาเป็นชาติและ กลับมาอัพอีกดีกว่า 55
ประวัติ Kenny G

พูดถึง Kenny Gแล้ว อาจจะเป็นได้ทั้งศิลปินที่คนฟังเพลง ทั้งรัก ทั้งชัง , นักแซกโซโฟนที่มีความสามารถ และประสบความสำเร็จสูงอีกคนหนึ่ง,
นักดนตรีที่ขายวิญญาณให้กับวงการเพลงป๊อบ , ไม่ใช่ศิลปินของแท้ หรืออะไรต่อมิอะไรมากมายในแง่บวกหรือแง่ลบก็ตามแต่ แต่ก็นับว่าเป็นมือแซกโซโฟนที่มีความสามารถสูงและงานชุกอีกคนนึง ไม่ว่าจะเป็นในแนวป๊อบ แจ๊ส Adult Contemporary เขาก็ทำได้หมด แต่อาจจะเป็นเพราะนโยบายของค่ายเทปที่เขาสังกัดอยู่ ซึ่งเน้นเพลงตลาดเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้นักฟังเพลงที่ชอบเสพเพลงเจ๋งๆหรือนักวิจารณ์ไม่ค่อยจะชื่นชอบเท่าไหร่ แต่นั่นก็ทำให้เพลงของเขาฟังง่ายขึ้น จุดเด่นของเขาคือ เทคนิคการเป่าที่มีสไตล์เฉพาะตัว ฟังง่าย เข้าถึงง่าย จึงทำให้อัลบั้มทุกชุดของเขาไม่มีชุดไหนเลยที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพลงของเขามักจะถูกใช้บ่อยมากในการทำโฆษณาต่าง ๆหรือแม้กระทั่งเดินห้าง
แต่ก็น่าเสียดายเหมือนกันที่ผลงานของเขาในปัจจุบันออกจะเป็นแนว เอาเพลงคนอื่นมาArrange หรือ Coverใหม่เป็นส่วนใหญ่
Kenny G หรือ Kenneth Gorelick เกิดในปี1956 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ในเมือง Seattle , รัฐ Washington เริ่มสนใจในการเป่าแซกโซโฟนเป็นครั้งแรกเมื่อได้ดูรายการ Ed Sullivan Show และประทับใจในการเป่าแซกโซโฟนของคนที่อยู่ในรายการนั้น
หลังจากนั้นเขาก็ได้แซกโซโฟนตัวแรกในชีวิตจากแม่ของเขาเอง และได้ฝึกเป่าแซกอย่างจริงๆจัง โดยเพลงที่เขาฝึกฝนส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงของ Grover Washington Jr. ซึ่งแน่นอนว่า การเป่าแซกของเขาก็ได้รับอิทธิพลจาก Grover เป็นส่วนใหญ่ แต่ภายหลังก็ผสมผสานกับการเป่าในลักษณะเฉพาะตัวของเขาเอง

JEFF LORBER FUSION (คนกลางคือ Jeff Lorber ครับ)
Kenny G เริ่มเข้าสู่วงการเพลง และ ใช้ชื่อ Kenny G เป็นครั้งแรกในปี 1976 โดยรับหน้าที่เป็นนักแซกโซโฟนโซโลให้กับวง Barry White's Love Unlimited Orchestra แล้วก็เป่าให้กับคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย จนจบการศึกษาจากมหาลัยวอชิงตัน ก็ได้ไปเป่าแซกโซโฟนให้กับวง
Jeff Lorber Fusion และได้เซ็นสัญญากับค่ายArista ในปี1982 ปีเดียวกันเองเขาก็ได้ทำอัลบั้มชุดแรกในชีวิตของเขาเอง ในชื่อชุดว่า "Kenny G" โดยมี Jeff Lorber เป็น Producerให้
![]()
![]()
![]()
บนซ้าย : Kenny G '82 บนขวา : G Force '83
ล่าง : Gravity '85
หลังจากนั้น ชุดที่2 ในปี 1983 "G Force" และชุดที่3 "Gravity" ในปี 1985 ที่เขาProducedงานเองก็ออกวางตลาด 3อัลบั้มแรกนั้นยังไม่ถือว่าเปรี้ยงปร้างอะไรมากนัก แต่ก็ถือว่าสร้างฐานคนฟังได้ดีทีเดียว (ปัจจุบัน3ชุดเป็นชุดที่หายากมากๆ ถ้าอยากลองฟังผลงานช่วงแรกๆของKenny G ก็อาจจะต้องโหลดมาฟังสถานเดียวถ้าไม่ได้ซื้อผ่านเน็ตนะ เพราะในเมืองไทยคงไม่มีขายแน่ๆ อยากบอกว่าชุดแรกๆของพี่แกก่อน Duotones กับปัจจุบันสไตล์เพลงต่างกันมาก)
![]()
แต่พอมาถึงอัลบั้มชุดที่4 "Duotones" ในปี1986 แค่เพลง Songbird ก็ทำให้ Kenny G ดังเปรี้ยงปร้างอย่างงดงามเลยทีเดียว หลังจากนั้น Kenny G ก็ได้ร่วมงานกับศิลปินคนโน้นคนนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Aretha Franklin , Natalie Cole , Whitney Houston , Rippingtons และอื่นๆอีกเยอะ
![]()
และยังมีผลงานเดี่ยวอีกในปี 1988 คือ "Silhouette"

และอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จของเขามากที่สุดในปี1992 อย่าง "Breathless" ซึ่งขายได้กว่า 8 ล้านแผ่นในอเมริกา นั่นทำให้ในปี1992 Kenny G ทำยอดขายรวมไป 30ล้านแผ่นเลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกันเพลงของเขาก็เริ่มกลายเป็นเพลงธุรกิจเอาใจตลาดมากขึ้น จนกลายเป็นศิลปินที่มีทั้งคนรัก และคนชังไปในเวลาเดียวกัน
![]()
![]()
ในปี1994 Kenny G ออกผลงานพิเศษรวมเพลงคริสต์มาส วันหยุดต่างๆ อย่าง "Miracles: The Holiday Album" และผลงานใหม่ในปี1996 อย่าง "The Moment" ซึ่งก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างดี นอกจากนั้นในปี1998 ก็มีเพลง My Heart Will Go On ที่เป็นเวอร์ชั่นของเขาเองอีกด้วย
![]()
ในปี1998 Kenny G ทำอัลบั้มCover แนวJazz Standards ที่มีชื่อว่า "Classics In The Key Of G" แต่ในการทำอัลบั้มชุดนี้ Kenny G ถูกวิจารณ์ในแง่ลบอย่างมากในการเอาเพลง What A Wonderful World ฉบับดั้งเดิมของ Louis Armstrongมา เเล้วอัดเสียงแซกของ Kenny G ทับลงไปในเพลงนั้น โดยเฉพาะ Pat Metheny มือกีต้าร์แจ๊สชื่อดังอีกคนหนึ่ง วิจารณ์ในการกระทำของ Kenny G ว่า "เป็นการดูหมิ่น Louis Armstrong อย่างมาก " แล้วยังมีคนที่ทำเพลงล้อเลียน Kenny G อีกมากมาย เช่น Richard Thompson , Mos Def แต่อย่างไรก็ตาม อัลบั้มชุดนี้ก็ขายดี
![]()
![]()
![]()
"Faith: A Holiday Album" ในปี 1999 เป็นอีกอัลบั้มผลงานพิเศษรวมเพลงคริสต์มาส วันหยุดต่างๆ ของKenny G และอีกชุดในทำนองเดียวกันอย่าง "Wishes: A Holiday Album" ในปี2002 ปีเดียวกันนี้เองที่Kenny G ทำอัลบั้มใหม่ของเขาจริงๆ ออกวางตลาดหลังจากทำอัลบั้มพิเศษมานานอย่าง "Paradise"
![]()
![]()
แต่หลังจากนั้นพี่แกก็ไปทำเพลงประเภทเอาของเก่าชาวบ้านเขามาทำใหม่ อย่าง "At Last...The Duets Album" ในปี2004 และล่าสุดในปี2006 กับ "I'm in the Mood for Love...The Most Romantic Melodies of All Time" ที่เอาเพลงเก่าของคนอื่นมาทำใหม่ เช่น You're Beautiful ของ James Blunt เป็นต้น
ปัจจุบัน Kenny G ยังคงออกทัวร์อยู่สม่ำเสมอ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาได้ร่วมงานกับศิลปินหลายเจ้าหลายคนมากมายเลยทีเดียว ในปี2003 Kenny G ทำยอดขายรวมตั้งแต่เริ่มเข้าวงการจนกระทั่งปี2003ได้ถึง 48 ล้านแผ่น ในอเมริกา
แม้ว่า Kenny G ดูท่าว่าจะไม่มีอะไรใหม่ๆมาเสนอให้แฟนเพลงได้รับฟังอีกต่อไปแล้ว ดูจากอัลบั้มในช่วงหลังๆที่เป็นแนว Cover เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ดูท่าทางว่าเขา น่าจะโลดแล่นได้ในวงการเพลงได้อีกนานเลย ตราบใดที่แฟนเพลงยังไม่เบื่อเขาก่อนล่ะ 555+
เกร็ดที่น่าสนใจ :
นอกจากเป็นศิลปินแล้ว เขายังเป็นนักกอล์ฟที่เก่งมากในหมู่ศิลปินด้วยกัน ปัจจุบันเขาติดอันดับ1ในหมู่นักกอล์ฟที่เป็นศิลปินด้วยกัน โดยเบียด Vince Gill ไป
DISCOGRAPHY
STUDIO ALBUM:
Kenny G (1982)
G Force (1983)
Gravity (1985)
Duotones (1986)
Silhouette (1988)
Breathless (1992)
The Moment (1996)
Paradise (2002)
HOLIDAY ALBUMS:
Miracles: The Holiday Album (1994)
Faith: A Holiday Album (1999)
Wishes: A Holiday Album (2002)
LIVE ALBUMS:
Kenny G Live (1989)
Best (2006)
GREATEST HITS ALBUMS:
The Very Best of Kenny G (1994)
Kenny G - Greatest Hits (1997)
Ultimate Kenny G (2003)
The Greatest Holiday Classics (2005)
The Essential Kenny G (2006)
COMPILATION ALBUMS:
The Collection (1993)
Montage (1993)
In America (2001) ไม่มีขายในไทย
The Romance of Kenny G (2004) ไม่มีขายในไทย
The Holiday Collection (2006)ไม่มีขายในไทย
COVER ALBUMS:
Classics In The Key Of G (1999)
At Last...The Duets Album (2004)
I'm in the Mood for Love...The Most Romantic Melodies of All Time (2006)
EP :
Six of Hearts (1997) (จริงๆมันก็คือรวมฮิตดีๆนี่แหละครับ แต่แค่6เพลงเท่านั้น ไม่มีขายในไทยครับ)













อัลบั้มรวมฮิตชุดแรก วางขายในปี1991 หายากพอสมควร
อัลบั้มรวมฮิตชุดที่ 2 วางขายในปี1999 ยังพอหาได้อยู่บ้าง