2005/Jan/28

Vanilla Ice นับว่าเป็นนักร้องแนวแร็พผิวขาวที่ประสบความสำเร็จมากในยุค90ต้นๆจากชุดTo The Extreme ในปี1991 ที่มีเพลงฮิตที่สุดแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่ดันดังแบบแทบจะถล่มโลกเลยอย่าง Ice Ice Baby แต่หลังจากที่หนังตลกโปกฮาไร้สาระที่เขานำแสดงที่มีชื่อว่า "Cool As Ice"ประสบความล้มเหลวแบบไม่ต้องสาธยาย
ทำให้Vanilla Iceชื่อเสียงร่วงลงมาหลังจากนั้น แล้วทำไมผมถึงเอามาลงในเว็บนี้ล่ะ ทั้งๆที่เขาไม่ได้อยู่ในยุค80 เพราะว่าเขาเป็นคนที่ได้รับอิทธิพลมาจากยุค80อย่างมากเลยทีเดียว

Vanilla Ice มีชื่อจริงคือ Robert Van Winkle เกิดเมื่อปีคศ.1968 ที่ไมอามี่ ฟลอริด้า เริ่มเข้าสู้วงการดนตรีในปี1986 หลังจากออกจากโรงเรียน โดยตอนแรกเขาได้ใช้ชื่อว่าใช้ชื่อว่า MC Vanilla
แต่ต่อมาก็เปลี่ยนเป้น Vanilla Ice และได้ออกอัลบั้มชุดแรกคือ Hooked กับค่าย Ichiban ในปี1989 แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก ซึ่งขายไปได้ 48000 แผ่นเท่านั้น โดยซิงเกิ้ลแรกในชีวิตของเขาคือ Play That Funky Music

หลังจากนั้นในปี1991 Vanilla Iceเซ็นสัญญากับค่ายSBK แล้วออกอัลบั้มประวัติศาสตร์ชุดที่สองคือ To The Extreme ซึ่งชุดนี้แหละครับ ทำให้ในช่วงนั้นในหมู่เพลงแร็พ ถ้าไม่รู้จักVanilla Iceก็ถือว่าไม่ใช่ขาแร็พตัวจริง
ชุดนี้ขายได้17ล้านแผ่นทั่วโลก แถมยังติดอันดับ1 ในบิลบอร์ด ชาร์ต นานถึง16สัปดาห์ โดยมีเพลงฮิตถล่มทลายแบบ Ice Ice Baby ซึ่งนำSampleมาจากเพลง Under The Pressure ที่วงQueenร้องคู่กับ David Bowie เพลงนี้เป็นเพลงที่ไม่ซับซ้อนอะไร ทำนองก็ธรรมดาๆ แต่ติดหูคนฟังอ่ะ
นอกจากนั้นก็ยังมีเพลงฮิตอย่าง I Love You, Stop That Train, Play The Funky Music ืที่นำมาขายใหม่และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้เขาเป็นแร็พเปอร์ผิวขาวคนที่2ที่มีอัลบั้มติดอันดับ1

(ซึ่งคนแรกที่ทำได้คือวงแร็พสุดเพี้ยนอย่างBeastie Boys)

หลังจากนั้นได้ออกอัลบั้มบันทึกการแสดงสดExtremy Liveในปีเดียวกัน

แล้วยังไปทำเพลงNinja Rapประกอบหนังเต่านินจาภาค2 แถมยังได้แสดง บทเล็กๆน้อยๆด้วย

จากการประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ทำให้Vanilla Iceกลายเป็นเศรษฐีใหม่ไปทันที จากไอ้หนุ่มที่อยู่ในสังคมที่ไม่ค่อยจะดี กำพร้าแม่ตั้งแต่เกิด(ไม่รู้จักแม่ของตัวเองด้วยซ้ำ พ่อตัวเองก็ทิ้ง) กลายเป็นมหาเศรษฐีไปเฉยเลย

ทำให้Vanilla Ice สร้างหนังเป็นของตัวเองอย่าง Cool As Ice ในปี1992 ซึ่งถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงของเขาเอง เพราะนอกจากหนังจะโดนด่าเละในด้านคำวิจารณ์ มุขตลกในเรื่องยังฝืดๆ การแสดงของVanilla Iceก็แสดงแบบไม่ได้เรื่อง ก็เจ๊งซิครับ

ผลปรากฏว่าหนังเจ๊งย่อยยับ อยู่ในชารฺ์ตแค่3สัปดาห์ก็หลุดจากชาร์ตหนังไป และVanilla Iceก็เสื่อมความนิยมอย่างรวดเร็ว เขาเองก็ชักเบื่อกับการเป็นแร็พเปอร์แบบIce Ice Babyด้วยปัญหาที่รุมเร้าทำให้เขาไปพึ่งยาเสพติด ซึ่งพี่แกก็เกือบตายครับในปี1994 (ปีเดียวกับบักKurt Cobainเลย) ดีที่หมอรักษาได้ทัน

หลังจากรักษาตัวจนหายดีแล้ว Vanilla Iceเริ่มหันไปหาเวลาว่างด้วยการเล่นMotocross และเริ่มเปลี่ยนแนวเพลงจากPop-Rap และHardcore-Rap เปลี่ยนลุคใหม่กลายเป็นกุ๊ย อย่างที่เขาต้องการจะเป็น และอัลบั้มใหม่ของเขาก็ออกมาในปี1994 ชื่อว่าMind Blowin แต่เป็นที่รู้ว่าความนิยมของเขาลดลงอย่างมาก และแฟนเพลงก็รับไม่ได้
อีกทั้งยังทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ชุดนี้ขายได้แค่45,000แผ่นเท่านั้น

ซึ่งไม่นานค่าย SBk ก็ล้มละลาย ปัจจุบัน อัลบั้มชุดนี้หาได้ยากมาก

ปี1998 เขาย้ายไปอยู่Universal Records แต่งงานกับผู้หญิงที่ชื่อว่า Laura และปีเดียวกันก้มีลูกสาวชื่อว่า Dusty Rainและออกอัลบั้มชุด3 ซึ่งทั้งดิบ ทั้งเถื่อนกว่าชุด2หลายเท่า ใช้ชื่อว่า Hard To Swallow แต่ก็ขายได้แค่1แสนแผ่น แต่อย่างไรก็ตามเขาสามารถเจาะกลุ่มแฟนเพลงHardcoreได้พอสมควร และยังมีแฟนเพลงที่
จงรักภักดีแบบเหนียวแน่นหนึบอยู่มาตั้งแต่แรกแล้ว ทำให้เขาอยู่รอดในวงการเพลงได้ ชุดนี้มีความเด่นคือเอาเพลงIce Ice BabyมาทำแบบHardcore ใช้ชื่อว่า Too Cold.

ปี1999ก็ให้กำนิดลูกสาวอีกคนนึงชื่อว่าKeelee Breeze

ปี2001ชุดที่4 Bi-Polarออกมา ซึ่งออกมาเป็นCD คู่ เปรียบเทียบว่า แผ่นนึงเป็นแนวHardcore-Rap อีกแผ่นก็ Pop-Rap ให้เข้ากับConcept ของBi-Polarที่แปลว่าพวกคน2บุคลิกในตัว ได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่มเหมือนเดิม โดยVanillaได้พูดว่า ชุดนี้ไม่ได้ต้องการกลับมาดัง แต่ทำเพื่อสิ่งที่ตัวเองชอบ นั่นคือดนตรี

มีข่าวลือว่า Vanilla Iceจะออกอัลบั้มใหม่ในปี2005 จะจริงหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ว่าในปัจจุบันVanilla Iceยังคงทำงานเพลงต่อไป ออกทัวร์Concert งานว่างของเขาก็เล่นMotocross(มอ'ไซค์วิบาก) และเลี้ยงจิงโจ้ตัวหนึ่งชื่อBucky(ล่าสุดพี่แกดันไปทำหายที่ไหนไม่รู้ แต่ตอนนี้ได้คืนแล้ว) กับแพะอีกตัวนึงชื่อว่าPancho

แก้ไขเมื่อ 26/2/2548 18:47:09


edit @ 2005/09/22 13:55:32

Comment

Comment:

Tweet


Your great information could be popular, because it’s very hard to find <a href="http://4writers.net">jobs writing</a>. The last time we searched a lot and used to be definitely happy with outcome.
#5 by ChapmanJennie20 (91.212.226.136) At 2012-02-26 01:45,
ผมมีม้วนเทปชุด2 3 4 ที่กล่าวข้างต้นคับ แต่ก่อนชอบมาก เดี๋ยวนี้ลืมๆ แต่ยังจำเพลงRoll 'em up ในชุด4 เพราะฟังแล้วมันส์ดี(ทั้งๆที่ฟังไม่รู้เรื่อง)ส่วนในชุด3ก็มีบางเพลงทำนองแปลกๆ ก็ฟังดีอีกแบบ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากคับ
#4 by (125.26.45.1) At 2009-03-28 21:56,