2005/Feb/25

ฟอร์มวง ปี 1978 ที่เบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ

Duran Duran เป็นวงที่คนฟังเพลงวงกว้าง เรียกขานบุคลิกว่าเป็น พวกนิวเวฟ ซึ่งก็เป็นเพราะเหตุผลที่ดีด้วย ยุคนั้นเป็นยุคแรกเริ่ม ของการทำมิวสิกวิดีโอ และ Duran Duran ก็เป็นวงที่ได้ชื่อว่า ทำมิวสิกวีดิโอได้น่าสนใจ มิวสิควิดีโอของ Duran Duran เน้นที่ตัวสมาชิก ซึ่งทุกคนในวง หน้าตาดีเหมือนนายแบบ พวกเขาเป็นวงที่รู้ว่า จะทำเพลงป๊อปแบบไหน ที่ตลาดต้องการ มากกว่าวงแนวนิวโรแมนติกรุ่นเดียวกัน อย่าง Spandau Ballet และ Ultravox และไม่มีวงไหนใช้ เอ็มทีวี และมิวสิกวีดิโอ ให้เป็นประโยชน์ได้มากเท่าวง 5 หนุ่มจากเบอร์มิงแฮมวงนี้ มิวสิกวีดิโอแต่ละเพลงที่ Duran Duran ทำโดดเด่นมาก เพราะมีการถ่ายทำลักษณะเดียวกับภาพยนตร์ ทั้งยังสร้างภาพให้ทั้ง 5 หนุ่มดูเหมือนคนในสังคมชั้นสูง (เพลง Rio) หรือไม่ก็เป็นนักผจญภัยที่ช่ำชอง (เพลง Hungry Like The Wolf) แม้มิวสิกวีดิโอเพลง Girls On Film และ The Chaffeur จะทำให้เกิดการ วิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ในอังกฤษ เนื่องจากในมิวสิกวีดิโอส่อนัยเรื่องเพศ (วงยุค80ส่วนมากจะเป็นแนวนี้อยู่แล้ว)


ส่วนมิวสิกวีดิโอของ Duran Duran ที่คนรู้จักและคุ้นเคยที่สุดคือ มิวสิกวิดีโอเพลง Hungry Like The Wolf ที่ดูแล้วก็นึกถึง หนังดังเรื่อง Raiders Of The Lost Ark ส่วนเพลง Union Of The Snake กับ The Wild Boys ก็เป็นแนวเดียวกับเรื่อง The Road Warrior มิวสิกวีดิโอที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ ทำให้ Duran Duran ได้รับความนิยมได้ไม่ยาก ในช่วงปี 1982-1984 Duran Duran ก็เปลี่ยนสถานภาพ จากวงอันเดอร์กราวด์ แนวโพสต์พั้งค์ของอังกฤษ มาเป็นขวัญใจวัยรุ่น

Duran Duran ได้รับแรงบันดาลใจจาก เดวิด โบวี่ กับ Roxy Music และแนวเพลงโพสต์พั้งค์กับดิสโก้ สมาชิกยุคก่อตั้งมีนิค โร้ดส์ (มือคีย์บอร์ด) จอห์น เทย์เลอร์ (กีต้าร์) ซึ่งเป็นเพื่อนกันในโรงเรียน และอีก 2 คนคือไซมอน คอลลีย์ (เบส/คลาริเน็ท) กับสตีเฟ่น ดัฟฟี่ (ร้องนำ) ทั้งสี่เลือกชื่อตัวละครของ โรแชร์ วาแดง ในเรื่อง Barbarella มาเป็นชื่อวง เนื่องจากพวกเขา เริ่มแสดงสดเป็นครั้งแรก ในคลับชื่อว่า Barbarella ที่เมืองเบอร์มิงแฮม โดยครั้งนั้น ใช้กลองไฟฟ้าแทนมือกลองจริง ภายในปีเดียวนับจากนั้น ไซมอนกับสตีเฟ่นก็ลาออก สตีเฟ่นตั้งวง Lilac Time ส่วน Duran Duran ได้แอนดี้ วิคเค็ตต์ อดีตนักร้องนำวง T V Eye เข้ามาแทน และได้ โรเจอร์ เทย์เลอร์ มาเล่นกลองให้ด้วย พอทำเทปตัวอย่างเสร็จ จอห์น เทย์เลอร์ ก็เปลี่ยนไปเล่นเบส แล้วให้ จอห์น เคอร์ติส เข้ามาเล่นกีต้าร์แทน แต่ จอห์น เคอร์ติส ก็อยู่กับวงได้ไม่กี่เดือน Duran Duran จึงลงประกาศในนิตยสาร เมโลดี้ เมคเกอร์ เลยได้ แอนดี้ เทย์เลอร์ มาเป็นมือกีต้าร์ แต่ Duran Duran ก็ยังมีปัญหาเรื่องนักร้องนำ หลังจาก แอนดี้ วิคเค็ตต์ ออกไปในปี 1979 Duran Duran ก็มีนักร้องนำอีก 2 คน ที่มาเป็นสมาชิกในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะได้ตัว ไซม่อน เลอบอง อดีตสมาชิกวงแนวพั้งค์ชื่อ Dog Days ซึ่งเคยเป็นนักศึกษาด้านการแสดง ที่มหาวิทยาลัย เบอร์มิงแฮม เข้ามาร่วมวงในช่วงต้นปี 1980

ช่วงปลายปี 1980 Duran Duran เริ่มได้รับความนิยมในวงการเพลง นิวโรแมนติก ของอังกฤษ จนได้เซ็นสัญญากับ อีเอ็มไอ Planet Earth ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลแรกของ Duran Duran ขึ้นถึงอันดับ 10 แทบจะในทันที ที่ออกมาในฤดูใบไม้ผลิปี 1981 Duran Duran จึงกลายเป็นผู้นำ ในวงการเพลงนิวโรแมนติก และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอังกฤษ ความนิยมของ Duran Duran เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง ก็เพราะมิวสิกวีดิโอที่นำสมัย โดยเฉพาะเพลง Girls On Film ที่ได้ Godley & Cr?me มากำกับให้ เป็นมิวสิกวิดีโอที่แหวกแนว และผู้หญิงที่แสดง ก็มีภาพลักษณ์เป็นวัตถุทางเพศอย่างชัดเจน แม้สถานีโทรทัศน์บีบีซี จะสั่งห้ามออกอากาศ มิวสิกวีดิโอเพลงนี้ แต่ซิงเกิ้ลเพลงนี้ก็กลายเป็น ซิงเกิ้ลชิ้นแรกของ Duran Duran ที่ขึ้นถึงท็อป 10 เป็นการเบิกทางให้อัลบั้มชุดแรก ที่ใช้ชื่อเดียวกับชื่อวงตาม ออกมาในฤดูใบไม้ร่วง อัลบั้ม Duran Duran ขึ้นถึงอันดับ 3 ทันทีที่ออกวางจำหน่าย และอยู่ในอันดับนานถึง 118 สัปดาห์ หลังจากนั้น Duran Duran ก็เร่งทำอัลบั้ม Rio ออกมาในฤดูใบไม้ผลิปี 1982 และขึ้นไปถึงอันดับ 2 ส่วนซิงเกิ้ล Hungry Like The Wolf กับ Save A Prayer จากอัลบั้มนี้ก็สามารถติดท็อป 10 ได้ทั้งคู่ พอถึงเดือนพฤศจิกายน Duran Duran ก็ออกอีพีรีมิกซ์ เฉพาะในอเมริกาชื่อ Carnival ซึ่งนับเป็นการ บุกตลาดอเมริกาครั้งแรกของ Duran Duran หลังจากที่ทางวง ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น ในยุโรปมาแล้ว

การที่มิวสิกวีดิโอของ Duran Duran ได้ออกอากาศทางเอ็มทีวีบ่อยครั้ง ทำให้ Duran Duran เปิดตัวในอเมริกาได้อย่างสวยงาม เพลง Hungry Like The Wolf กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ติดท็อป 10 ในช่วงต้นปี 1983 จากนั้น อัลบั้ม Rio ก็ไปออกในอเมริกา ตามหลังซิงเกิ้ล และติดท็อป 10 เช่นกัน ยอดจำหน่ายของอัลบั้มชุดนี้ ก็ขายได้มากกว่า 2 ล้านชุด

ความคลั่งไคล้ Duran Duran ในอเมริกาถึงขีดสุด เมื่อเพลง Is There Something I Should Know ขึ้นถึงท็อป 10 และเพลงนี้ยังเป็นเพลงแรกของ Duran Duran ที่ได้อันดับ 1 ในอังกฤษด้วย ต่อมา Duran Duran ก็ฉวยโอกาสช่วงที่กำลังดัง ออกอัลบั้ม Seven And The Ragged Tiger ออกมาอย่างรวดเร็ว ทันช่วงเทศกาลคริสต์มาส 1983 พอดี อัลบั้มชุดนี้ ขึ้นถึงอันดับ 1 ในอังกฤษ และอันดับ 8 ในอเมริกา โดยมีซิงเกิ้ลดังอย่าง Union Of Snake และ The Reflex ซึ่งกลายเป็นซิงเกิ้ลอันดับ 1 แผ่นแรก ของพวกเขาในอเมริกา และเป็นซิงเกิ้ลอันดับ 1 แผ่นที่สองในอังกฤษ หลังจากออกทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกนาน 1 ปีครึ่ง เสร็จในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 1984 Duran Duran ก็พักยาว ในเดือนพฤศจิกายน Duran Duran ออกซิงเกิ้ล ที่ไม่ได้บรรจุไว้ในอัลบั้ม ชื่อเพลง Wild Boys เพลงนี้ขึ้นถึงอันดับ 2 ทั้งในอังกฤษและอเมริกา ต่อมาทางวงจึงนำไปรวมไว้ ในอัลบั้มบันทึกการแสดงสดชุด Arena

ในปี 1985 กระแสความนิยม Duran Duran เริ่มลดน้อยลง และหลังจากที่ทางวง ทำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง James Bond ตอน A View To A Kill เสร็จ สมาชิกวงก็พากันพักยาวอีก ในเดือนมกราคม แอนดี้กับ จอห์น เทย์เลอร์ไปตั้งวง Power Station ร่วมกัน โรเบิร์ท พาล์มเมอร์ นักร้องดัง และโทนี่ ทอมพ์สัน อดีตมือกลองวง Chic อัลบั้มแรกของ Power Station ซึ่งใช้ชื่อเดียวกับวงออกวางขายในฤดูใบไม้ผลิ และมีซิงเกิ้ลที่ขึ้นถึงท็อป 10 คือ Some Like It Hot และ Get In On (Bang A Gong) ขณะเดียวกัน สมาชิกที่เหลือของ Duran Duran คือนิค โร้ดส์, ไซม่อน เลอบอง, และโรเจอร์ เทย์เลอร์ก็ทำผลงานของตนขึ้นมา ในนามของ Arcadia มีอัลบั้ม So Red The Rose ในฤดูใบไม้ร่วงปี 1985 อัลบั้มชุดนี้มีเพลงติดท็อป 10 คือ Election Day ที่ร่วมงานกับ เกรซ โจนส์

ต้นปี 1986 โรเจอร์ เทย์เลอร์ ประกาศพักการทำงานกับ Duran Duran 1 ปี แต่เขาก็ไม่ได้กลับมาอย่างที่บอกไว้ หลายเดือนต่อจากนั้น แอนดี้ เทย์เลอร์ ก็ออกจากวงเช่นกัน ทำให้ Duran Duran เหลือสามคน กลายเป็นทรีโอ ช่วงปลายปี 1986 Duran Duran ก็ออกอัลบั้ม Notorious ซึ่งเป็นอัลบั้มชุดแรก ในรอบ 3 ปี แม้ Notorious จะประสบความสำเร็จพอสมควร ได้แผ่นเสียงทองคำขาวในอเมริกา และมีซิงเกิ้ลชื่อเดียวกับอัลบั้มขึ้นถึงท็อป 10 แต่อัลบั้มนี้ ก็ไม่ได้รับความนิยม เท่ากับชุดก่อน ๆ

ความนิยมของ Duran Duran เสื่อมลงเรื่อย ๆ ในช่วงที่เหลือของทศวรรษที่ 80 อัลบั้ม Big Thing ที่ออกมาในปี 1988 มีซิงเกิ้ลที่ติดท็อป 10 หนึ่งเพลง คือ I Don't Want Your Love แต่ก็ไม่ได้รับความนิยม เท่าใดนัก

Duran Duran ออกอัลบั้มรวมเพลงฮิตชื่อ Decade มาในปี 1989 ตามมาด้วยอัลบั้ม Liberty ที่ออกไล่หลัง ในอีกไม่กี่เดือนถัดมา และเป็นครั้งแรกที่อัลบั้มของ Duran Duran พลาดรางวัลแผ่นเสียงทองคำ ช่วงนั้นทางวง ก็ได้สมาชิกใหม่มาแทน แอนดี้ เทย์เลอร์ คือ วอร์เรน คักคิวรัลโล จากคณะ Missing Persons ในอดีต ในปี 1993 Duran Duran กลับมาอีกครั้งหลังจากหายหน้าไปนาน กับภาพลักษณ์ที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ด้วยอัลบั้ม Duran Duran ที่มีเพลงป๊อปที่ได้อิทธิพลของโซล และฟั้งค์ และกลับมาฮิตได้อีกครั้ง ซิงเกิ้ล Ordinary World และ Come Undone กลายเป็นซิงเกิ้ลที่ติดท็อป 10 ได้ในอเมริกา โดยเพลงแรกติดท็อป 10 ในอังกฤษด้วยเช่นกัน รวมทั้งตัวอัลบั้มก็ติดอันดับสูง ทั้งสองฟากฝั่งแอ็ตแลนติค นับเป็นงานที่กู้ชื่อ Duran Duran ได้อย่างสมภาคภูมิ ได้ทั้งเงินและกล่อง แต่เสียดายที่งานชุดต่อมา คือ Thank You เป็นงานที่ได้รับการตอบรับน้อยที่สุด งานชุดนี้เป็นอัลบั้ม ที่นำเอางานเก่าคลาสสิกมาทำใหม่ แต่ไม่ถูกใจนักวิจารณ์เอาเสียเลย (อัลบั้มชุดนี้เป็นอัลบั้มที่แย่ที่สุดในอัลบั้มทั้งหมดของทางวง) แต่อัลบั้ม Thank You ก็ยังได้รางวัลแผ่นเสียงทองคำอยู่ดี
ต่อมาในปี 1996 จอห์น เทย์เลอร์ก็ลาออกจากวง ในช่วงต้นของการบันทึกเสียง งานชุดต่อมาคือ Medazzaland เพื่อไปเป็นศิลปินเดี่ยว วอร์เรนเลยเหมาหน้าที่ทั้งกีต้าร์ และเบส โดยทั้งนิค และไซม่อน ต่างลงความเห็น ที่จะเพิ่มแนว อินดัสเตรียล, แอมเบี้ยนท์ และบริทป๊อป ในงานของ Duran Duran

อัลบั้ม Pop Thrash ที่ออกวางขาย ในเดือนมิถุนายนปี 2000 นับเป็นก้าวใหม่ของ Duran Duran เพราะเป็นอัลบั้มแรกของวงในสังกัดใหม่ โดยย้ายจากแคพพิท่อล / อีเอ็มไอ ในปี 1998 มาอยู่กับฮอลลีวูด เร็คคอร์ดส์ และยังโปรดิวซ์อัลบั้ม Pop Thrash เองอีกด้วย ซิงเกิ้ลแรก ที่ตัดมาจากอัลบั้มนี้คือ Someone Else Not Me ที่ทางวงได้บันทึกเวอร์ชั่น ภาษาสเปนไว้ด้วย Pop Trash เป็นอัลบั้มที่ไม่มีเพลงป๊อปแนวเต้นรำ แบบที่ Duran Duran ถนัด นับเป็นอัลบั้มที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามอัลบั้มชุดนี้ก็ดูจะเงียบๆคือไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก

จากนั้นวงDuran Duranก็หายหน้าหายตาไปจากวงการปี จนกระทั่งในปี2003 ก็มีข่าวลือกันว่า Duran Duranในยุครุ่งเรืองจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และทางวงก็ได้พูดว่าเป็นความจริง อีกไม่นานDuran Duran ก็กลับมารวมตัวกันใหม่ และเป้นครั้งแรกที่สมาชิกยุครุ่งเรืองของDuran Duranกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และเริ่มออกทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศอังกฤษ และเรียกความนิยมกลับคืนมาได้มากมายเลยทีเดียว และปีต่อมา2004 อัลบั้มชุดล่าสุดของ Duran DuranคือAstronaut ก็ออกวางขาย โดยมีเพลงขายก็คือ(Reach Out For The Sunrise) เป็นเพลงชูโรง และซิงเกิ้ลล่าสุดของชุดนี้ คือ Whats Happen Tomorrow.

และปัจจุบันสมาชิกของวง ทำหน้าที่เป็นเป็นผู้จัดการวงกันเอง

เนื่องจากผมไม่ค่อยได้ติดตามวงDuran Duranมากนัก ทำให้ไม่ค่อยรู้เรื่องราวของวงมากนัก ก็เลยต้องนำประวัติจากเว็บEotoday มาเพิ่มเติมเหตุการณ์ในปัจจุบันครับ


edit @ 2005/09/22 13:54:56

Comment

Comment:

Tweet


อิ อิ...สมัยนั้น คนแปะรูป john taylor กันตรึมที่ผนังข้างหัวนอนตัวเอง
#5 by pJaeng (221.128.68.248) At 2005-10-24 23:36,
หิหิ
ขอบคุณมากเรย
ตามรีเควส เด๊ะ

หงึ ๆ ๆ
#2 by dubb ® At 2005-02-26 20:29,
เคยดูMVของวงนี้มาหลายเพลงแล้วชอบมากเลย
วงนี้แนวเพลงแต่ละอัลบัมจะไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่
ฟังแล้วก็รู้ว่าใช่ :D
#1 by lapis (61.90.195.245) At 2005-02-25 21:34,