2006/Jan/31

เมื่อพูดถึงKate Bush คนไทยยุคปัจจุบันอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ หรือว่าอาจจะเป้นที่รู้จักในกลุ่มเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่ถ้าพูดถึงคนฟังเพลงในยุค80ในอังกฤษ ถ้าใครไม่รู้จักKate Bushก็ถือว่า "เชย"

Kate Bush หรือCatherine Bushเกิดเมื่อปีคศ.1958 วันที่30 เดือนกรกฏาคม ที่Boxleyheath เมืองKent ประเทศอังกฤษ สนใจในการแต่งเพลง,แต่งกวี,และการเต้น มาตั้งแต่เด็ก และหลังจากนั้นก็ได้ไปเรียนด้านนี้โดยตรง หลังจากนั้นได้ไปทำเดโมเทปส่งไปให้ David Gilmour ซึ่งเป็นมือกีต้าร์ของ Pink Floyd ซึ่งเป็นญาติกับครอบรัวของเธอ และได้รับความสนใจจากDavid อย่างมาก ในที่สุด Kate Bush ก็ได้เซ็นสัญญากับค่ายEMI เมื่ออายุได้17-18ปี ตามคำReccommend ของ David

ผลงานสร้างชื่อของเธอชิ้นแรกคือเพลง Wuthering Heights ซึ่งเป็นเพลงที่นำชื่อมาจากนิยาย ของ เอมิลี่ บรอนเต ซึ่งก็ติดหูคนฟังได้ทั่วประเทศอังกฤษเลยทีเดียว เนื่องจากเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์คือเสียงสูง ออกจะหลอนๆ เนื้อหาที่มีความคล้องจองเป็นบทกลอน ดนตรีที่ดี และMusic Videoที่น่าสนใจ คือ เพลงนี้เธอจะเต้นลีลาศประมาณนั้นอ่ะ แล้วก็ต้องทำหน้าหลอนๆตามประสาเธอประมาณนั้น ด้วยความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครของเพลงนี้ ทำให้เพลงนี้ขึ้นถึงอันดับ1ของ UK Chartทันที หลังจากนั้น อัลบั้มแรกThe Kick Inside ที่ออกมาในปี1979 หลังจากซิงเกิ้ล Wuthering Heights ออกมาไม่นาน ชุดนี้Kate Bushแต่งเพลงเองหมด และเล่นเปียโนกับคียบอร์ด อัลบั้มชุดนี้ติดอันดับสามใน UK Chart และขายไปได้ล้านชุดในอังกฤษ

ในปีเดียวกันนั้น หลังจากความสำเร็จจากชุดKick Inside EMIก็สั่งให้เธอทำอัลบั้มใหม่ทันที และอัลบั้มชุดต่อมา Lionheart ก็ออกวางแผง แต่อัลบั้มชุดนี้ถือว่าเป้นอัลบั้มที่Kate Bushพูดได้ว่า "เป็นอัลบั้มที่เธอไม่พอใจกับมันเลย" เพราะเป็นอัลบั้มที่ทำออกมาเร็วเกินไปในปีเดียวกัน พูดง่ายๆคืออาศัยแรงส่งจากKick Insideนั่นเอง อัลบั้มชุดนี้ขึ้นอันดับสูงสุดใน UK Chart ก็คือ อันดับ6

ในปี1980 Kate Bushกลับมาอีกครั้ง กับเพลง Babooshka ซึ่งเป็นเพลงที่2 ที่ติด Top 5 ใน Uk Chart และก็ส่งผลให้อัลบั้มใหม่ Never For Ever ขึ้นถึงอันดับ1 ทันที ในUK Chart อัลบั้มชุดนี้วางขายในปี1980 เดือนกันยายน และหลังจากนั้นอัลบั้มชุดที่4 The Dreaming ก็ออกมาในปี1982 ติดอันดับสามใน UK Chart แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าThe Kick Inside และ Never For Ever และก็ไม่ได้รับคำวิจาณ์ที่ดีจากนักวิจารณ์เท่าไหร่นัก หลังจากนั้นKate Bush ก็พักยาว และตั้งโฮมสตูดิโอเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะเป็นอิสระจากค่ายเพลงที่เธอคิดว่าทำให้เพลงของเธอไม่เป้นตัวเธอเองอย่างที่ควรจะเป็น

หลังจากหายไปวงการเพลง3ปี หลังจากอัลบั้มชุด The Dreaming Kate Bush ก็ออกซิงเกิ้ลใหม่ที่มีชื่อว่า "Running Up That Hill," ในปี1985 เดือนสิงหา ซิงเกิ้ลนี้ขึ้นถึงอันดับ3ใน Uk Chart และกลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากอีกเพลงนึงเลยทีเดียว และซิงเกิ้ลนี่ก็ขายดีอีกด้วย และส่งผลให้อัลบั้ม Hounds Of Love ซึ่งเป้นอัลบั้มแรกที่เธอบันทึกเสียงในโฮมสตูดิโอของตัวเอง ขึ้นถึงอันดับ1ทันทีในUK Chart และได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกจากนักวิจารณ์ว่าผีมือของเธอพัฒนาไปมากและมีความเป้นตัวเธอเองจริงๆ และได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนเพลง อัลบั้มชุดนี้วางแผงในเดือนกันยาปี1985 และขึ้นถึงอันดับหนึ่งทันทีที่วางแผง ไม่เพียงแค่นั้น เพลง Running Up That Hill ติดอันดับ30 ในบิลบอร์ดชาร์ตของอเมริกา นับว่าเป็นซิงเกิ้ลแรกของเธอที่ได้เข้าไปสู่ตลาดของอเมริกา

พอหลังจากนั้นในปี1987 เธอก็ออกอัลบั้มรวมฮิตที่มีชื่อว่า Whole Story และช่วงนี้เธอก็ได้ร่วมงานกับศิลปินต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Peter Gabriel อดีตนักร้องนำวงGenesis , Midge Ure อดีตสมาชิกวงUltravox และ Visage ,วง Go West และหลังจากนั้นเธอก็ได้รางวัลศิลปินหญิงยอดเยี่ยมของBrit Awards

Kate Bushไม่มีผลงานใหม่ๆออกมาหลังจาก อัลบั้มHounds Of Love เลย แต่ก้มีร่วมงานกับศิลปินบ้างเป้นครั้งคราว ในช่วงนี้เธอก็ซุ่มทำงานเพลงของเธอไปเงียบๆ และในปี1989 อัลบั้มชุดใหม่ที่ห่างหายจากชุดก่อนไปถึง4ปี The Sensual World ก็ออกมา อัลบั้มชุดนี้ขึ้นถึงอันดับสองในUk charts และได้รับการตอบรับจากแฟนๆอย่างดีเช่นเคย (ปีนี้Alan Murphy มือกีต้าร์ที่เล่นให้กับKate Bushมาตั้งแต่ช่วงแรกๆนั้นเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ครับ ก่อนตายเขาเล่นให้กับ Kate Bush,Go West แล้วก็Level 42 อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังไปแล้วในประวัติวงGo West)

4ปีต่อมา Kate Bushออกอัลบั้มใหม่ในปี1993 ที่มีชื่อว่า Red Shoes อัลบั้มชุดนี้ติดอันดับ30 ในชาร์ตอัลบั้มของบิลบอร์ด เป็นอัลบั้มที่ติดอันดับสูงที่สุดในอเมริกาตลอดชีวิตการทำงานของเธอ อัลบั้มชุดนี้ในUK Chartขึ้นสูงสุดคืออันดับ6 แต่อัลบั้มชุดนี้หลายคนเริ่มมองว่า Kate Bush เริ่มหมดมุขแล้ว แต่ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนเพลงเช่นเดิม

หลังจากนั้นKate Bushก็ตัดสินใจพักตัวเองจากวงการเพลงยาวถึง12ปี ไปใช้ชีวิตกับครอบครัวของตัวเองอย่างสงบที่เรดดิ้ง ประเทศอังกฤษ แต่ก็ยังคงเขียนเพลงอยู่ตลอด และมีบ้างที่ไปร่วมงานกับคนนู้นคนนี้ เช่น Prince เป็นต้น

แต่หลังจากหายไปจากวงการเพลงนานถึง12ปี Kate Bushก็กลับมาอีกครั้งในอัลบั้มที่มีชื่อว่า Aerial ซึ่งทำออกมาเป็นอัลบั้มคู่ มีอยู่16เพลง และทันทีที่วางขาย ทั้งอัลบั้มและซิงเกิ้ลใหม่ King Of The Mountain ที่เป้นเพลงที่เอาเรื่องของElvis Presley และคำRosebud จากหนังตำนาน Citizen Kaneของ Orson Wells มาผสมกัน ก็ขึ้นอันดับที่4 ในUK Chart สำหรับซิงเกิ้ลนี้ ส่วนอัลบั้มขึ้นถึงอันดับ3


ชุดนี้Kate Bushทำเพลงเองหมด และProducedเองคู่กับ Del Palmer ซึ่งร่วมงานกับเธอมาตั้งแต่ยุคแรกๆแล้ว ชุดนี้แยกออกเป็น2แนวคือ A Sea Of Honey ซึ่งเป็นเพลงตามสไตล์ของเธอคือซับซ้อนและน่าสนใจ และA Sky Of Honey จะเป้นแนวเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวของเธอ จะออกเป็นแนวฟังสบายๆ ชุดนี้ได้รับคำวิจารณ์จากนักวิจารณ์ในแง่บวก ว่าคุ้มค่าสำหรับการรอคอย แต่อาจจะขายยากพอสมควรในยุคนี้
แต่อย่างไรก็ตาม อัลบั้มชุดนี้ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนเพลงที่เหนียวแน่นของเธอ

ตลอดเวลาที่ผ่านมาของKate Bush เธอก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการเพลงด้วยแนวเพลงที่มีความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ถึงบางทีอาจจะเป๋ไปบ้าง หรือ ใช้เวลานานในการทำ แต่ก็ต้องยอมรับว่า เพลงของเธอคือเพลงที่มีคุณภาพจริงๆ และปฏิเสธไม่ได้ว่า Bjork หรือศิลปินที่ร้องเพลงหลอนๆ ก็ได้รับอิทธิพลจากเธอ แต่ถึงไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก้ตาม
Kate Bush ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของวงการเพลงในยุค80และปัจจุบันเรียบร้อยแล้ว

รู้หรือไม่ว่า:
-แฟนเพลงของKate Bushกลุ่มหนึ่ง ได้ทำนิตยสารที่เกี่ยวกับเธอโดยเฉพาะ นิตยสารเล่มนี้มีชื่อว่า Homeground ซึ่งทำมาตั้งแต่เริ่มๆยุค90 จนกระทั่งKate Bushหายไปจากวงการเพลงก็ยังคงทำกัน จนปัจจุบันก็ยังคงทำกันอยู่ (น่าจะมีขายเฉพาะกลุ่มในอังกฤษเท่านั้น)

ประวัติของKate Bush บางส่วนได้มาจาก
-allmusic.com ,มติชน สุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่9-15 ธ.ค. พ.ศ.2548 ปีที่26 ฉบับที่1321 คอลัมน์ดนตรี ของวารี วิไล,และFan Site ของ Kate Bush

อาจจะเขียนได้ไม่ดี ก็ขออภัยด้วยครับ


edit @ 2006/01/31 23:09:08

Comment

Comment:

Tweet


ชอบมากเลยคับ เสียงดีจริง ๆ แนวเพลงก็เพราะ
#4 by โฆษิต รถไฟ (58.64.80.219) At 2010-04-01 15:58,
อายุ49กับความสามารถระดับโลกก็ไม่ธรรมดาแล้ว มันไม่ใช่แนวออกมาเต้นๆร้องเพลงอกหักอันซ้ำซากเหมือนนักร้องวัยรุ่นบ้านเราที่สุดโคตรแห่งความน่าเบื่อ..เอกลักษณ์การร้องที่ไม่เหมือนใครแบบนี้น่าสนใจมาก
#3 by (203.156.27.250) At 2007-08-01 12:52,
แก่แต่เก่งก็โอนะ
ความสามารถเยอะโคตร
#2 by ยิ้ม (61.7.241.30 /61.7.241.30, 61.7.241.30) At 2007-05-17 18:03,
หายไปนาน
แต่กลับมา ยังเยี่ยมเหมือนเดิม
#1 by plynoi แว่วศรี At 2006-01-31 23:15,