2006/Feb/22

Kajagoogoo วงSynth-Pop จากอังกฤษ ฟอร์มวงขึ้นในปี1982โดยมี Nick Beggs (ร้อง/มือเบส) Steve Askew (กีต้าร์) Stuart Neale (Synthesiser) และ Jez Strode (มือกลอง)


ตอนแรกวงนี้ใช้ชื่อว่า Art Nouveau ก็เล่นตามผับตามบาร์ทั่วไป แล้วNick ก็คิดที่จะนำวงเข้าสู่วงการเพลง แต่ก็ยังขาดนักร้องนำ จึงประกาศรับสมัครนักร้องให้กับวง และแล้วสมาชิกคนสุดท้ายที่มีชื่อว่า Chris Hamill(ร้องนำ) (หรือที่คนฟังยุค80จะรู้จักในชื่อว่า Limahl) ก็สนใจที่จะเข้ากับวงจากการอ่านประกาศรับสมัครในหนังสือเพลง และเมื่อLimahlผ่านการเทสต์เรียบร้อย Kajagoogooจึงถือกำเนิดขึ้น

ช่วงแรกๆนั้นKajagoogoo ไม่ประสบความสำเร็จในการที่จะหาสังกัดค่ายเพลง แต่ในที่สุดEMI Records ก็ได้เซ็นสัญญากับทางวงตามคำแนะนำของNick Rhodes มือคียบอร์ดของวงที่กำลังเป็นขวัญใจของคนในยุคนั้นคือ Duran Duran ซึ่งNickเองก็รู้จักกับLimahlมาก่อน และในเดือนมกรา ปี1983 ซิงเกิ้ลแรกของวงที่มีชื่อว่า Too Shy ที่เขียนโดย LimahlกับNick Beggs และทำนองโดยทั้งวง ก็สามารถขึ้นถึงอันดับ1ในUk Chart ในวันที่19 กุมภา อยู่ในอันดับหนึ่งได้2สัปดาห์ และอยู่ในUK Chart13สัปดาห์ เพียงแค่เพลงแรกของKajagoogoo วงก็ดังเป็นพลุแตกทันที เเละที่เด่นชัดที่สุดคือ ทรงผมของLimahlในยุคนั้นที่กลายเป็นทรงฮิตของแฟนเพลง ไม่เพียงแค่นั้น เพลงนี้ยังขึ้นถึงอันดับ5ใน Billboard Chart ของอเมริกา และอยู่ได้นานถึง12สัปดาห์ใน Top 40

(Kajagoogoo-White Feathers)

ซิงเกิ้ลต่อมา Oh To Be Ah ติดอันดับสูงสุดในUK Chartคืออันดับ7 ต่อด้วย Hang On Now ก็ติดสูงสุดคืออันดับที่13 และอัลบั้มชุดแรกของKajagoogoo White Feathers ติดTop 5 ในอังกฤษ เรียกได้ว่าช่วงนั้นKajagoogooกลายเป็นขวัญใจของแฟนเพลงเลยทีเดียว

แต่เนื่องจากLimahlดูจะเด่นเกินไปในสายตาของสมาชิกที่เหลือในวง และความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะดีนักของ Limahlและสมาชิกคนอื่นๆ ก็ทำให้Limahlถูกทางวงขับออกจากวงทันที โดยทางโทรศัพท์(โดยที่Jez Strode เป็นสมาชิกเพียงคนเดียวที่ไม่เห็นด้วยกับการไล่Limahlออก)

และผู้ที่มารับหน้าที่นักร้องนำแทน Limahlก็คือ Nick Beggs นั่นเอง (เท่าที่ผมลองฟังดู Limahlเสียงจะคล้ายๆBoy George แต่ว่าเป็นผู้ชายมากกว่า แต่ที่เหมือนกันคือ ทั้งBoy George และ Limahlก็เป็นเกย์เหมือนกันในขณะที่Nick Beggs เสียงจะคล้ายๆกับ Tony Hadleyนักร้องนำของ Spandau Ballet แต่เสียงของNickจะทรงพลังน้อยกว่าTony Hadleyเล็กน้อย)

(Kajagoogoo-Islands)

หลังจากLimahlออกไปแล้ว Kajagoogooที่มีNick Beggsนับหน้าที่ร้องนำ ก็ทำอัลบั้มใหม่ในปี1984 ที่มีชื่อว่า Island อัลบั้มชุดนี้ติด Top 40ในอังกฤษและมีความเป็นร็อกมากกว่าอัลบั้มชุดที่แล้ว เนื้อหาก็จะมีความเป็นผู้ใหญ่กว่าชุดที่แล้วมาก แต่เนื่องจากการจากไปของLimahl ซึ่งเป็นสีสันให้กับวง จึงทำให้อัลบั้มชุดนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับชุดแรก แต่อย่างไรก็ตาม อัลบั้มชุดนี้ก็มีเพลงฮิตที่ติด Top 10 อยู่เพลงนึง คือ Big Apple และในญี่ปุ่น อัลบั้มชุดนี้ก็ได้รับความนิยมในระดับที่ดีทีเดียว(Kaja-Crazy People Rights To Speak)

และในปี1985 Jez Strodeก็ออกจากวงไป ทางวงก็เลยกลายเป็นวงทรีโอไปเลย Kajagoogooก็เปลี่ยนชื่อวงเป็นKaja และออกอัลบั้มสุดท้ายคือ Crazy People's Rights To Speak ที่มีความเป็นร็อกมากที่สุดใน3อัลบั้มที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดิม สาเหตุที่สำคัญที่สุดคือ การเปลี่ยนชื่อวง และ EMI ไม่ได้โปรโมตอัลบั้มชุดนี้เลย สุดท้ายKajagoogoo ก็ตัดสินใจยุบวงหลังจากที่อัลบั้มชุดนี้วางแผงได้ไม่นาน (แต้ในความคิดของผมผมชอบยุคที่Nick Beggsเป็นนักร้องนำมากกว่านะ)

(Don't Suppose,Colour All My Days,Love Is Blind)

ทางด้านLimahl หลังจากออกจากวงก็ไปออกอัลบั้มเดี่ยวในปี1984 ที่มีชื่อว่า Don't Suppose ที่ประสบความสำเร็จพอสมควร และก็มีเพลงฮิตที่สุดอย่าง Neverending Story ที่เขียนโดย Giorgio MoroderและKeith Forsey ที่เป็นเพลงประกอบหนังแฟนตาซีอย่าง Neverending Story ที่ขึ้นถึงอันดับ4 ในอังกฤษ และอันดับ17 ในBillboard Chart แต่อัลบั้มต่อๆมาอย่าง Colour all my days และ Love Is Blind ก็วางขายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

(KajagoogooในBands Reunited ปี2003-

บนจากซ้ายไปขวา-Stuart Neale,Nick Beggs

ล่างซ้ายไปขวา-Steve Askew,Jez Strode,Limahl)


ปัจจุบันKajagoogoo ได้กลับมาแสดงอีกครั้งในรายการ Bands Reunited เมื่อ2ปีที่แล้ว โดยที่Limahl กับ Jezก็ได้กลับมารวมกันอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นาน Kajagoogoo ก็กลับมารวมตัวกันทำอัลบั้มใหม่กันอีกครั้ง(แต่ยังไม่มีข่าวคืบหน้า)และออกทัวร์ แต่Limahl กับ Jez ก็ไม่ได้เข้าวงด้วย แต่อย่างไรก็ตามNick Beggs,Steve Askew,Stuart Neale ก็ยังคงยินดีต้อนรับทั้งคู่อยู่เสมอ หากต้องการจะกลับมาอีกครั้ง

และปีนี้ Limahl ก็เพิ่งออกซิงเกิ้ลเดี่ยวที่มีชื่อว่า Tell Me Whyลองฟังดูได้ที่ http://www.myspace.com/chrishamillakalimahl


แม้ว่าKajagoogoo อาจจะเป็นวงที่ออกจะเป็นOne Hit Wonder อยู่ก็ตาม แต่ยังไงในปี1983 มันคือยุคทองของเขาเลยทีเดียว และถึงแม้จะเป็นวงที่มีระยะเวลาสั้นๆก็ตาม แต่อย่างน้อย วงชื่อฮาๆแต่ฝีมือเยี่ยมก็เคยเข้าไปอยู่ในหัวใจคุณมาแล้ว

ลองฟังเพลงของพวกเขาดูได้ที่นี่ครับ

ข้อมูลบางส่วนได้มาจากallmusic.com ,kajagoogoo.com,limahl.co.uk ,CD The Very Best Of Kajagoogoo ที่ได้มาจาก Cd Warehouse และจากในสมองผมเอง ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะครับ

Comment

Comment:

Tweet


Some time before, I did need to buy a car for my corporation but I didn't earn enough cash and could not buy anything. Thank heaven my father proposed to try to get the <a href="http://goodfinance-blog.com">loans</a> from trustworthy creditors. So, I acted so and used to be happy with my secured loan.
#1 by GaleGross28 (31.184.236.16) At 2011-12-14 14:29,